มุมภาพ

บทกลอน

Easter comes but once a year

Easter comes but once a year
But when it does, we all know its here
Children filling themselves with chocolate
Dad’s down the pub for a pint of beer!

We go to the church for the wine and bread
Dad’s half asleep, and jerking his head
Baby sister is here too, munching away
On the free Easter egg that the Priest gave us today

But remember we must, that the Lord died for us
And ascended into heaven to give us fresh lives
For each and every one of us.

Easter Holiday
Easter holiday, is a celebration of the resurrection of Christ!
Jesus Christ, The Son of God, bled and died for us in a sacrifice.

This Spring day’s celebrated, generally in the month of April.
All of the bright and pretty colors, of the Easter outfits with frills.

Women and children will wear their Easter bonnets.
In the Spring, you’ll hear the various musical sonnets.

April will bring many rain showers.
That’ll bring us various beautiful flowers.

One special flower for this day is the Easter Lily.
It’s color is white, and yet snowy & milky.

The birds will sing their songs of praise.
As we begin to feel the warmth of the sun’s rays.

As we say “Goodbye” to the winter’s gloom,
The flowers and trees have already begun to bloom.

All of life’s beauty, The Lord created, for us all to share.
Spring breezes begin to flow, sending fragrances through the air.

The winter’s thawing will let the rivers, lakes, and streams rise and flow.
The beauty of the Earth will make us all feel aglow!

Farmers and gardeners will start to hoe.
And then they’ll begin to sow.

On Sundays, we’ll hear the various church bells ring.
Let’s be grateful for the LORD, let’s rejoice and sing.

If it wasn’t for the Lord, we wouldn’t have anything!

Easter Bunny (by Mary Brandolino)
In memory of all the bunnies we couldn’t save.

I remember Easter Sunday
It was colorful and fun
The new life that I’d begun
In my new cage.
I was just a little thing
When they brought me from the store
And they put me on the floor
In my cage.
They would take me out to play
Love and pet me all the time
Then at day’s end I would climb
In my cage.
But as days and weeks went by
I saw less of them it seemed
Of their loving touch I dreamed
In my cage.
In the night outside their house
I felt sad and so neglected
Often scared and unprotected
In my cage.
In the dry or rainy weather
Sometimes hotter sometimes colder
I just sat there growing older
In my cage.
The cat and dog raced by me
Playing with each other only
While I sat there feeling lonely
In my cage.
Upon the fresh green grass
Children skipped and laughed all day
I could only watch them play
From my cage.
They used to take me out
And let me scamper in the sun
I no longer get to run
In my cage.
Once a cute and cuddly bunny
Like a little ball of cotton
Now I’m grown up and forgotten
In my cage.
I don’t know what went wrong
At the home I did inhabit
I just grew to be a rabbit
In my cage.
But they’ve brought me to the pound
I was once loved and enjoyed
Now I wait to be destroyed
In my cage.

Easter Bunny Hugs And Kisses

That cute little bunny has hopped all day,
delivering baskets for the holiday.
His paws are so tired and his nose how it itches,
He left you something special to fulfill all your wishes-
Lots of cute little Easter bunny hugs and kisses.

Easter Bunny Poop

The Easter Bunny came last night
And left this little scoop.
Because you weren’t too good this year,
You’re getting Bunny Poop!

ที่มา
1.http://th.hicow.com/%E0%B8%AD-%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%81%E0%B8%A7/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A3-496701.html

ความคิดเห็น

เทศกาลอีสเตอร์ หรือวันอีสเตอร์ถือว่า เป็นวันที่มีความสำคัญอย่างมาก คือเป็นวันที่พระเยซูคริสต์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย หลังจากวันที่พระองค์ถูกตรึงบนไม้กางเขน 3 วัน ดังที่ได้เสนอในเนื้อหาข้างต้น เทศกาลของวันอีสเตอร์จึงถือว่าเป็นวันที่ระลึกถึงการประกาศชัยชนะของพระเยซูคริสต์เหนือความตายนั่นเอง สำหรับคริสเตียนกิจกรรมที่ทำในวันอีสเตอร์หรือเรียกอีกอย่างนึงว่าวันศุกร์ประเสริฐ ซึ่งตัวฉันเองคุ้นเคยเป็นอย่างดี ก็คือการอธิษฐานโต้รุ่ง การอธิษฐานโต้รุ่งเป็นการร่วมกันอธิษฐานของสมาชิกภายในโบสถ์หรือคริสจักรทั่วโลก ที่จะขอบพระคุณพระเจ้า ถึงความรักของพระองค์ที่ทรงส่งพระบุตรของพระองค์มาตายเพื่อเราบนไม้กางเขน และด้วยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ที่หลั่งเพื่อมนุษย์ทุกคนนั้น ทำให้เราเป็นไท หรือได้รับการปลดปล่อยจากความบาป ซึ่งการอธิษฐานนี้ เราก็จะเริ่ม ร้องเพลง อธิษฐานตั้งแต่เย็นหรือหัวค่ำจนเช้า ซึ่งนึกไปถึงตอนเด็กๆฉันก็อดขำตัวเองไม่ได้ เพราะนาฬิกายังไม่บอกเวลาครึ่งคืนหรือเที่ยงคืนเลย ตาก็ปิดแล้ว เลยจำต้องเดินไปหาที่นอนทุกครั้งไป พอฉันโตขึ้นก็เริ่มจะอยู่ถึงเช้าได้ แต่ก็แบบง่วงๆ อ่ะนะคะ การอธิษฐานสำหรับฉันไม่เป็นเรื่องน่าเบื่อ หรือง่วงเลย เพราะการอธิษฐานในวันศุกร์ประเสริฐหรือ ช่วงอีสเตอร์นี้ เราก็จะอธิษฐานไป ร้องเพลงไป ใครง่วงก็ไปพัก ใครยังสนุก หรือไม่ง่วงก็อยู่อธิษฐานต่อ บรรยากาศเป็นแบบสบายๆมีเสรีภาพ เป็นเหมือนการชุมนุมของคนในครอบครัวเดียวกัน เอ่อ..เกือบลืมที่จะบอกผู้อ่านไปเลยค่ะ ว่าที่เรียกวันอีสเตอร์อีกชื่อว่าวันอีสเตอร์เนี่ย เพราะว่า พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเราทั้งหลายบนไม้กางเขนในวันศุกร์ และเป็นขึ้นมาในวันที่3 ก็คือวันอาทิตย์ ซึ่งกิจกรรมที่ฉันคิดว่าสนุก อบอุ่น ที่ได้ทำร่วมกันกับทุกคนในโบสถ์ก็คือสิ่งที่ทำในเช้าวันอาทิตย์นี่แหละนะคะ คือในตอนเช้าของวันอาทิตย์อีสเตอร์ ซึ่งเป็นหลังจากคืนที่เราอธิษฐานโต้รุ่งกัน เช้ามาก็จะทำกิจกรรมหาไข่กัน เมื่อตอนเด็กๆ ฉันก็จะเป็นคนหาไข่กับเพื่อน พี่ๆ อย่างสนุกสนาน คือเหมือนเกมส์ ถ้าใครได้จำนวนไข่มากที่สุดก็จะได้รางวัลหรือเสียงปรบมือ หรือความรู้สึกชนะประมาณนี้ล่ะค่ะ แต่พอโตขึ้นก็เปลี่ยนบทบาทจากผู้หาไข่เป็นซ่อนไข่ให้ทุกคนได้หากันบ้าง โดยฉันและเพื่อนๆพี่กลุ่มหนึ่ง ก็จะนำไข่ไปต้ม แล้วก็มาระบายสี เพ้นท์เป็นรูปต่างๆ แล้วตอนกลางคืนก็จะเอาไปซ่อน บริเวณก็มิใช่ที่ไหนก็รอบๆโบสถ์นี่ล่ะค่ะ สรุปว่าเป็นคนหาก็สนุก เป็นคนซ่อนก็ลุ้นว่าเค้าจะเจอรึป่าวนะ ^^ กิจกรรมนี้สื่อให้เราเห็นถึงความสุข สมหวัง ชัยชนะ ความอบอุ่น ที่เกิดจากการทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้เราระลึกถึงสัญลักษณ์ของวันอีสเตอร์ที่ชัดเจนที่สุด ก็คือ ไข่ ซึ่งก็ได้ให้ความหมายไว้ข้างต้นอีกแล้วเช่นกัน ไข่เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่ การบังเกิดใหม่ ดังสิ่งที่ได้ถูกบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ว่า หลังจากพระเยซูคริสต์เป็นขึ้นมาจากความตาย พระองค์ได้ไปปรากฏในที่ต่างๆ หลายแห่ง ท่ามกลางสาวก และได้อยู่กับสาวกเป็นเวลา 40 วัน จึงได้ เสด็จสู่สวรรค์ท่ามกลางพยานถึง 500 คน เมื่อพระองค์ตรัสสั่งสาวกให้ไปประกาศข่าวประเสริฐ จนถึงสุดปลายแผ่นดินโลก (มัทธิว 28:18-20) และพระองค์ทรงสัญญาว่าจะอยู่กับพวกเขาจนกว่าจะสิ้นยุด และยังสัญญาว่าจะกลับมารับพวกเขาไปอยู่กับพระองค์ พวกสาวกจึงได้ออกไปประกาศข่าวนี้ โดยไม่กลัวอันตรายใดๆ บ้างก็ถูกต่อต้าน ถูกจับทรมาน ถูกฆ่าตาย แต่พวกเขาก็ไม่หยุดยั้ง เพื่อยืนยันถึงสัจธรรมที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นความจริง โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ยิ่งนับวัน ผู้คนติดตามพระองค์ก็มีมากขึ้น พระองค์ได้สถาปนาอาณาจักรของพระองค์ด้วยความรัก ที่สละได้แม้ชีวิตของพระองค์เอง ที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นความจริง ซึ่งเชื่อได้ว่าสำหรับฉันและคริสเตียนทุกคนทั่วโลก เทศกาล ที่อาจเรียกได้ว่าเป็น เทศกาลที่มีความสำคัญ ถือเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงความรักอันยิ่งใหญ่ และเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายอย่างมากก็คือ การที่เราได้ระลึกถึงการวายพระชนม์พระองค์บนไม้กางเขนเพื่อฉันและเพื่อเราทั้งหลาย จะพ้นจากความบาป และนั่นคือ เทศกาลที่สำคัญทางศาสนาของฉัน เทศกาลวันอีสเตอร์

ความเชื่อ

เทศกาลอีสเตอร์ คือ เทศกาลของคริสเตียนที่ระลึกถึงการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซู ซึ่งตรงกับเทศกาลปัสกาของชาวยิว เทศกาลปัสกา(Passover) เทศกาลที่ชาวยิวระลึกถึงการที่พระเจ้าทรงนำพวกเขาออกมาจากการเป็นทาสในอียิปต์ เมื่อฟาโรห์ปฏิเสธที่จะปล่อยชาวอิสราเอล พระเจ้าให้ทูตมรณะเข้าไปในครัวเรือนของอียิปต์และปลิดชีพบุตรหัวปียกเว้นบ้านของชาวยิวที่นำโลหิตของแกะมาทาที่ประตูบ้านทูตมรณะจะผ่านเว้นไป (Passover – ภาษาไทย =ปัสกา)หลังจากนั้นอีกประมาณ 1500 ปีพระเยซูเสด็จมาประสูติในโลก (คริสต์มาส)และทำพันธกิจของพระองค์ในแผ่นดินโลกจนมาถึงช่วงเทศกาลปัสกา พระเยซูก็ถูกจับไปทรมาน และสิ้นพระชนม์บนกางเขน (วันศุกร์ประเสริฐ)โลหิตพระองค์เปรียบเสมือนเลือดแกะที่ช่วยชีวิตคนให้รอด เหมือนคืนวันปัสกาหลังจากนั้นในเช้าวันที่สาม พระองค์ฟื้นขึ้นจากความตาย ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ (วันอีสเตอร์)
“ คริสเตียนเชื่อว่าพระคริสต์ประสูติในวันคริสต์มาส
ทรงสิ้นพระชนม์ในวันศุกร์ประเสริฐ เพื่อเราในอดีต
ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย ในวันอาทิตย์อีสเตอร์
ทรงสถิตกับเราในวันนี้ และจะเสด็จกลับมารับเราในอนาคต ”

ของที่ระลึก

ของที่ระลึกสำหรับเทศกาลนี้ นิยมมอบช็อกโคเล็ดรูปไข่ หรือ ตุ๊กตาช็อคโกเล็ครูปกระต่าย ,ไข่ต้มย้อมสี หรือวัสดุรูปไข่ที่ประดิษฐ์ด้วยงานศิลปะ กิจกรรมในวันอีสเตอร์ การฉลองวันอีสเตอร์ โดยทั่วไปจะเริ่มตั้งแต่เช้ามืดของวันอาทิตย์ คริสตชนจะไปรวมตัวกันที่โบสถ์ หรือที่สุสาน หรือในทุ่งกว้าง หรือตามป่าเขา ร้องเพลงนมัสการพระเจ้าตั้งแต่ยังมืดอยู่ พอดวงอาทิตย์ค่อยๆ โผล่ขึ้นจากขอบฟ้า เสียงเพลง “เป็นขึ้นแล้ว” ก็จะดังกระหึ่มขึ้น เขาจะร้องเพลง อธิษฐานโมทนาพระคุณพระเจ้า และสรรเสริญพระองค์ที่ทรงเป็นพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ได้มีชัยชนะเหนือความตาย และทรงพระชนม์อยู่เป็นนิตย์ หลังจากนั้นก็ บรรยายถึงการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์ หนุนใจให้คริสตชนดำเนินชีวิตอย่างมีชัย เหนือความบาป และความตาย ยืนหยัดอยู่ในความเชื่อศรัทธาที่มีต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า จากนั้นส่วนใหญ่ก็จะรับประทานอาหารเช้าร่วมกัน เสร็จแล้วบางแห่งก็จะมีการเล่นเกมส์สนุกๆ หลายแห่งนิยมเอาไข่มาระบายสีต่างๆ ให้ดูสวยงาม และนำไปซ่อนให้เด็กๆ หรือหนุ่มสาวค้นหาอย่างสนุกสนาน คนโบราณในประเทศตะวันตก เชื่อกันว่าไข่เป็นสัญลักษณ์ของชีวิต เพราะกำลังจะมีชีวิตใหม่เกิดขึ้น จึงได้มีการใช้ไข่เป็นสัญลักษณ์ของวันอีสเตอร์ด้วย

คำอวยพร

คำอวยพรในการ์ดสำหรับเทศกาลอีสเตอร์ สำหรับคริสตชน จะอวยพรกันในประโยคที่ว่า “ขอให้พระพรแห่งการฟื้นคืนพระชนม์เป็นของคุณ”

สัญลักษณ์

สัญลักษณ์ของวันอีสเตอร์ นั้นได้แก่สิ่งที่สื่อถึงความสุข สมหวัง ชัยชนะ ความอบอุ่น ความสดใส
ไข่ สื่อถึงชีวิตใหม่ ไข่ ถือเป็นสัญลักษณ์ของการบังเกิดใหม่หรือมีชีวิตใหม่ กางเขนและอุโมงค์ที่ว่างเปล่า เป็นสัญลักษณ์ของการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์ มีคนกล่าวว่าคริสเตียนแท้มักจะดำเนินชีวิตโดยยึดหลักการที่ว่า พระเยซูคริสต์ได้สิ้นพระชนม์ในวันศุกร์ประเสริฐเพื่อเราเมื่อวานนี้ และทรงเป็นขึ้นมาจากความตายในวันอาทิตย์อีสเตอร์ และทรงสถิตอยู่กับเราในวันนี้ และพระองค์จะทรงเสด็จกลับมารับเรา (ผู้เชื่อ) ในวันพรุ่งนี้
ผีเสื้อ สื่อถึงชีวิตใหม่ เหมือนผีเสื้อที่ออกมาจากดักแด้และบินสู่ท้องฟ้าเช่นเดียวกับ พระเยซูคริสต์ที่สิ้นพระชนม์ และอยู่ในอุโมงค์ หลังจากนั้น 3 วัน จึงฟื้นคืนพระชนม์
กระต่าย สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ เป็นสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิ
สวนดอกไม้ สื่อความหมายถึง ความสุขสมหวัง ดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของวันอีสเตอร์ คือดอกลิลี่ หรือดอกพลับพลึงขาวบริสุทธิ์

Previous Older Entries

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.